การ์ดอาการ v2 — สามชั้นความลึก บนฐาน ๗ ภาวะ

เนื้อหาไม่ได้ลดลง แต่จำนวนสิ่งที่ผู้ใช้ต้องตัดสินใจในหน้าจอเดียวลดลงเหลือ ๑ ข้อ
ทุกอย่างที่เราเพิ่งสร้าง (ประตูสองบาน · กายกับใจ · ธาตุประจำตัว · วังวน) เสียบเข้าที่ระดับ "ภาวะ" ครั้งเดียว แล้วไหลไปทุกอาการเอง ไม่ต้องเขียนซ้ำทีละอาการ
ต้นแบบสาธิต ๓ อาการ · ยังไม่ได้เข้าเครื่องมือหลัก
ขั้นที่ ๑ — คำถามเดียวที่แยกข้างได้

หลักการ ๕ ข้อที่ใช้ปรับ

๑ · ให้ "๗ ภาวะ" เป็นฐานเดียวของทั้งระบบ — อาการเป็นแค่ทางเข้า

ตอนนี้เครื่องมือเดิมคำนวณตำแหน่งหมุดจากคำคุณลักษณะของแต่ละอาการโดยตรง ทำให้ทุกอาการเป็นเอกเทศ ไม่มีชื่อร่วม และเนื้อหาใหม่ทุกชิ้นต้องไปเขียนซ้ำในทุกอาการ
ข้อเสนอคือให้ทุก "แบบ" ของทุกอาการ ผูกกับหนึ่งใน ๗ ภาวะเสมอ แล้วหมุด ลูกศรยา ข้อควรทำ ข้อห้าม ด้านใจ และคำอ้างอิงตำรา ไหลมาจากภาวะนั้นโดยอัตโนมัติ

ผลที่ได้: ๓๑ อาการ × ๒–๓ แบบ ≈ ๘๐ การ์ด แต่ผู้ใช้ต้องจำแค่ ๗ ชื่อ — และเวลาเราค้นพบอะไรใหม่ (อย่างประตูสองบาน) แก้ที่เดียวแล้วอัปเดตครบทั้ง ๘๐ การ์ดพร้อมกัน

๒ · สลับลำดับคำถาม — ถาม "แกร่งหรือพร่อง" ก่อน "ธาตุไหน"

ของเดิมเข็มทิศถามลักษณะ เวลา ตัวกระตุ้น อาการร่วม แล้วค่อยสรุปธาตุ แต่ความผิดพลาดที่ทำร้ายคนไข้จริง ๆ ไม่ใช่การอ่านผิดธาตุ แต่คือการอ่านผิดข้าง

อ่านผิดธาตุแต่ถูกข้าง → ยาไม่ค่อยได้ผล เสียเวลา แต่ไม่ทรุด · อ่านถูกธาตุแต่ผิดข้าง → ยาทำให้แย่ลงทันที (ระบายคนพร่อง / บำรุงคนแกร่ง)
ดังนั้นคำถามแรกและคำถามเดียวที่ประชาชนต้องตอบ ควรเป็นคำถามที่แยกข้าง ไม่ใช่แยกธาตุ ส่วนธาตุปล่อยให้ระบบสรุปให้จากคำตอบนั้น

๓ · หนึ่งหน้าจอ = ๑ คำตอบ + ๓ ควรทำ + ๓ ห้ามทำ + ๑ เกณฑ์ไปหาหมอ

เครื่องมือเดิมมีแต่ "ควรทำ" ซึ่งไม่พอ เพราะอันตรายส่วนใหญ่ของการดูแลตัวเองไม่ได้มาจากการไม่ทำอะไร แต่มาจากการทำผิดข้างด้วยความตั้งใจดี — คนน้ำพร่องไปดีท็อกซ์ คนไฟมอดหน้าอ้วนไปเติมแคลอรี่ คนไฟ-น้ำที่อืดไปกินยาหอมร้อน
กล่อง "ห้าม" จึงต้องมีทุกการ์ด ไม่ใช่มีเฉพาะบางอัน และควรอยู่ระดับสายตาเท่ากับกล่อง "ควรทำ"

๔ · หมุดต้องซ้ำที่เดิม ไม่ใช่กระจาย

ของเดิมคำนวณมุมจากคำคุณลักษณะ ทำให้หมุดของ ๘๐ การ์ดกระจายเต็มวง ซึ่งแม่นยำแต่จำไม่ได้ การเรียนรู้เกิดจากการเห็นซ้ำที่เดิม
ข้อเสนอ: หมุดวางที่ตำแหน่งของภาวะเสมอ (๗ ตำแหน่งคงที่) แล้วเยื้องเล็กน้อยตามรายละเอียดของอาการ ในรัศมีไม่เกิน ๒๐ จุด — ได้ทั้งการจดจำและความละเอียด

หลังใช้ไปสักพัก คนจะเริ่ม "รู้ทันที" ว่าอาการของตัวเองอยู่มุมไหนของวง ซึ่งเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของเครื่องมือ — ไม่ใช่ให้เขาเปิดดูทุกครั้ง แต่ให้เขาอ่านตัวเองเป็น

๕ · อะไรที่ต้อง "ไม่" ใส่ในฉบับประชาชน

สองวังวน (เป็นเรื่องของผู้ดูแล ประชาชนเห็นแล้วกังวลโดยไม่ได้ใช้) · ไฟลอย (ใส่เป็นคำเตือนหนึ่งบรรทัดในไฟเกิน ไม่ใช่ภาวะแยก) · ศัพท์จีนและศัพท์สมุฏฐาน (ย้ายลงชั้น ๓ ทั้งหมด) · ประตูสองบานของน้ำเน่าเสีย (ยุบเหลือคำถามแยก ๑ ข้อ: ผื่นแดงแสบ หรือ ซีดบวม)

และข้อที่สำคัญที่สุด — อย่าให้ "ธาตุประจำตัว" มานำการปักหมุด
ถ้าเปิดหน้าแล้วถามธาตุก่อน คนจะเดาจากธาตุแทนที่จะสังเกตอาการจริง ("ฉันธาตุลม ก็ต้องลมติดขัดสิ") ซึ่งจะพังทั้งระบบ · ธาตุประจำตัวควรอยู่ท้ายสุด ในฐานะคำอธิบายว่า "ทำไมคุณถึงมักเป็นแบบนี้" ไม่ใช่ต้นทางที่ใช้สรุป

สิ่งที่ต้องแก้จริง ๆ ในแต่ละไฟล์

ไฟล์สิ่งที่ต้องแก้ขนาดงาน
sym31.json
ฐานข้อมูลอาการ
เพิ่ม field state (๑ ใน ๗) ให้ทุก pattern · เพิ่ม splitQ คำถามแยกข้าง ๑ ข้อต่ออาการ · ตรวจว่าไม่มี pattern ไหนแนะนำ "ระบาย" ให้ภาวะพร่อง งานหลักทั้งหมด — แต่เป็นการติดป้าย ไม่ใช่เขียนใหม่
ไขอาการวิจัยธาตุ EP01-11
เครื่องมือหลัก
เปลี่ยน geom() จากคำนวณด้วย QMAP → อ่านพิกัดจากภาวะ + เยื้องเล็กน้อย · เปลี่ยนลูกศรจาก ๒ แบบเป็น ๔ ตรรกะ · เพิ่มกล่อง "ห้าม ๓ ข้อ" ทุกการ์ด · เพิ่มขั้นคำถามแยกข้างก่อนแสดงผล · ซ่อนศัพท์ตำราไว้ใต้ปุ่มขยาย ปานกลาง — โครงเดิมใช้ได้ เปลี่ยนที่ชั้นการวาดกับชั้นข้อมูล
วงล้อคุณลักษณะ ฉบับเผยแพร่
หน้าสาธารณะ
เพิ่มหมวดใหม่ "๗ ภาวะเมื่อเสียสมดุล" ต่อจากหมวดคู่มือ ๗ ธาตุ โดยใช้ภาษาชาวบ้านล้วน · ไม่ต้องใส่วังวน ไม่ต้องใส่ศัพท์จีน · เพิ่มลิงก์ไปหน้าไขอาการ เพิ่มหมวด ไม่ต้องรื้อของเดิม
วงล้อธาตุทุกชั้น วงล้อรัศมี (กำเริบ/หย่อน) ปรับให้ใช้ ๗ ภาวะแทนหมุดอาการ ๖ ตัวที่ตั้งไว้เดิม · วงล้อใจเชื่อมกับด้านใจของ ๗ ภาวะ เล็ก — แก้สองวงล้อ
Matrix-Grid ขยายจาก ๖×๕ เป็น ๗×๕ (๓๕ ช่อง) — เพิ่มแถวน้ำพร่อง เล็ก
ต้นแบบใหม่ ๓ ไฟล์
ประตูสองบาน · กายกับใจ · ธาตุประจำตัว
ไม่ต้องรวมเข้าเครื่องมือหลัก — ให้อยู่เป็นหน้าลึกแยก แล้วเครื่องมือหลักลิงก์มาหาในชั้น ๓ เพราะถ้ายัดเข้าไปจะทำให้หน้าหลักหนักเกินไป ไม่ต้องแก้ แค่ทำลิงก์

เกณฑ์ตรวจว่าปรับสำเร็จแล้ว

ลำดับที่แนะนำให้ทำ — ๑) ติดป้าย state ใน sym31.json ให้ครบก่อน เพราะทุกอย่างที่เหลือขึ้นกับข้อนี้ · ๒) เขียนคำถามแยกข้าง ๑ ข้อต่ออาการ (๓๑ คำถาม) ซึ่งเป็นงานเขียนที่ต้องใช้ประสบการณ์คลินิกมากที่สุด และควรเป็นพี่เขียนเอง · ๓) ผมปรับโค้ดเครื่องมือหลักตามฐานใหม่ · ๔) ค่อยเพิ่มหมวด ๗ ภาวะในหน้าเผยแพร่ · ๕) ขยาย Matrix-Grid
ข้อ ๒ คือคอขวดจริง ๆ — ที่เหลือเป็นงานเทคนิคที่ทำตามได้เร็ว