ต้นไม้ไขอาการ · ไอ
ต้นแบบตัวแรก — ๓ ชั้นคำถาม ๖ ใบ ครอบคลุมรูปแบบที่พบบ่อยของอาการไอ
ต้นไม้บอกว่า "อยู่ตรงไหน" · วงล้อที่ปลายทางบอกว่า "ต้องไปทางไหน"
ต้นแบบ · ถ้าโครงนี้ผ่าน จะใช้เป็นแม่แบบของอีก ๓๐ อาการ
ภาพรวมทั้งต้น (สำหรับผู้ดูแล · พิมพ์เป็นหน้าเดียวได้)
กฎ ๕ ข้อที่ใช้วางต้นไม้นี้ — และจะใช้กับทุกอาการ
๑ · คำถามแรกต้องเป็นสิ่งที่ "สังเกตเห็น" ไม่ใช่สิ่งที่ "ต้องตีความ"
ลำดับความน่าเชื่อของคำถามคือ เห็นได้ (สี ปริมาณ ลักษณะ) → รู้สึกได้ (แสบ ตื้อ หนัก) →
เทียบได้ (ทำแล้วดีขึ้นหรือแย่ลง) → ต้องตีความ (ร้อนหรือเย็น)
ต้นไม้นี้จึงเริ่มที่ "ไอแล้วมีเสมหะไหม" ไม่ใช่ "ไอแบบร้อนหรือเย็น" —
เพราะคำถามที่ต้องตีความจะได้คำเดาไม่ใช่คำตอบ และถ้าคำถามแรกผิด ทุกกิ่งที่เหลือพังหมด
๒ · ด่านธงแดงอยู่หน้าสุด ไม่ใช่ท้ายใบ
ถ้าคนไอเป็นเลือดเดินเข้าต้นไม้แล้วไปโผล่ที่ใบซึ่งบอกให้จิบน้ำขิง เราพลาดตั้งแต่โครงสร้าง
ไม่ใช่พลาดที่เนื้อหา · ธงแดงจึงต้องเป็นประตูที่ต้องผ่านก่อนเข้า
๓ · ทุกทางแยกมีปุ่ม "ไม่แน่ใจ" และปุ่มนั้นเอนไปทางพร่องเสมอ
เพราะราคาของการเดาผิดไม่เท่ากัน — บำรุงคนแกร่ง แค่ช้าและเปลืองแรง แต่ ระบายคนพร่อง คือทำให้ทรุดจริง
ในต้นไม้นี้ทุกปุ่ม "ไม่แน่ใจ" จึงพาไปทางที่อ่อนโยนกว่าเสมอ
ข้อนี้ตรวจด้วยสคริปต์ได้ เหมือนที่เราตรวจกฎสองขั้ว — เขียนโปรแกรมไล่ทุกปุ่ม "ไม่แน่ใจ"
แล้วดูว่าปลายทางเป็นภาวะพร่องหรือภาวะที่ยาอ่อนกว่าไหม
๔ · ทุกใบต้องบอกวิธี "รู้ว่าเดาผิด"
ต้นไม้ไม่มีทางแม่น ๑๐๐% ดังนั้นแทนที่จะแกล้งทำเป็นแม่น ให้แต่ละใบบอกไปเลยว่า
ถ้าทำตามแล้วเกิดอะไรขึ้น แปลว่าเราเลี้ยวผิดกิ่ง และควรถอยไปอ่านใบไหนแทน
— เท่ากับให้เครื่องมือแก้ตัวเองได้ในมือผู้ใช้ โดยไม่ต้องรอผู้รู้
๕ · ต้องมีใบว่า "ไม่ตรงกับแบบไหนเลย" และใบนั้นคือทางไปหาผู้รู้ ไม่ใช่ทางตัน
การมีใบนี้ต่างหากที่ทำให้คำว่า "ครอบคลุม ๘๐%" เป็นคำพูดที่ซื่อสัตย์
เพราะเราประกาศเปิดเผยว่าอีก ๒๐% เราไม่รับ แทนที่จะบังคับให้ทุกคนลงใบใดใบหนึ่ง
ข้อจำกัดที่ต้องยอมรับตรง ๆ — ต้นไม้จัดการเคสซ้อนไม่เก่ง
คนจริงมีสองภาวะพร้อมกันได้เสมอ แต่ต้นไม้บังคับให้ลงใบเดียว
ทางออกที่ผมคิดว่าซื่อสัตย์กว่าการฝืนให้โครงสร้างรองรับ คือให้ใบพูดเอง ว่า
"ถ้าตอบข้อก่อนหน้าว่ามีทั้งสองอย่าง ให้อ่านสองใบ แล้วจัดการฝั่งพร่องก่อน" —
ใช้กฎลำดับมาอุด แทนที่จะเพิ่มความซับซ้อนให้ต้นไม้
ฉบับเสียง — ข้อมูลชุดเดียวกัน เล่าเป็นเสียงได้เลย
ผลพลอยได้ที่ผมชอบที่สุด — พอต้องวางกิ่ง เราจะเจอทันทีว่ากิ่งไหนไม่มีใบรองรับ
ซึ่งก็คือช่องว่างของเนื้อหา · ตอนวางต้นไม้ของไอ ผมได้ใช้ครบทั้ง ๖ แบบพอดี
รวมทั้ง ๒ แบบที่เพิ่งเสนอให้เขียนเพิ่ม (น้ำพร่อง กับ ลมอ่อนแรง) —
ถ้าไม่มีสองแบบนั้น กิ่ง "ไอแห้งเรื้อรัง" กับกิ่ง "เสมหะใสแต่ไอไม่ออก" จะกลายเป็นทางตันทันที
ต้นไม้จึงเป็นเครื่องตรวจความครบถ้วนไปในตัว โดยที่โครงสร้างฟ้องเอง ไม่ต้องรอใครมานั่งไล่