ต้นไม้ไขอาการ · เจ็บคอ

ตัวที่สอง — ๗ ใบ รวมใบ "สองภาวะซ้อนกัน" ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้นไม้ของไอยังไม่มี
และคำถามแรกของอาการนี้ไม่เหมือนของไอ — ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญที่ได้จากการทำตัวที่สอง
ต้นแบบตัวที่ ๒ · ทดสอบว่าแม่แบบใช้ซ้ำได้จริงไหม

ภาพรวมทั้งต้น (สำหรับผู้ดูแล · พิมพ์เป็นหน้าเดียวได้)

สิ่งที่ได้เรียนจากการทำต้นที่สอง

ต้นไม้ · ไอต้นไม้ · เจ็บคอ
คำถามแรก ไอแล้วมีเสมหะไหม
สิ่งที่เห็นได้ด้วยตา
เพิ่งเป็น หรือเป็นซ้ำบ่อย
ข้อเท็จจริงเรื่องเวลา
เหตุผล เสมหะแบ่งอาการไอออกเป็นสองโลกที่แทบไม่ทับกัน จึงเป็นตัวแบ่งที่ทรงพลังที่สุด เจ็บคอมีเสมหะหรือไม่มีก็ได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง เสมหะจึงไม่แบ่งอะไรเลย แต่ระยะเวลาแบ่งได้ ๓ ต่อ ๓ พอดี
ความลึก๓ ชั้น · ๖ ใบ๒ ชั้นเป็นหลัก · ลึก ๓ ชั้นเฉพาะกิ่งที่มีภาวะซ้อน · ๗ ใบ
ใบที่โผล่ใหม่ใบสองภาวะซ้อนกัน (แรงพร่อง + น้ำพร่อง) ซึ่งวาดหมุดสองจุดบนวงล้อพร้อมกัน
บทเรียนข้อที่ ๑ — คำถามแรกไม่ใช่คำถามเดียวกันทุกอาการ
ตอนทำต้นไม้ของไอ ผมเกือบสรุปว่า "ให้เริ่มที่ลักษณะสิ่งที่ออกมาเสมอ" แต่พอมาทำเจ็บคอก็พบว่าใช้ไม่ได้เลย เพราะเจ็บคอมีเสมหะหรือไม่มีก็ได้ทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรัง ถามไปก็ไม่แบ่งอะไร
กฎที่ถูกจึงไม่ใช่ "เริ่มที่เสมหะ" แต่คือ "เริ่มที่ข้อเท็จจริงที่แบ่งอาการนั้นได้เท่า ๆ กันที่สุด และผู้ป่วยตอบได้โดยไม่ต้องตีความ" — ซึ่งของแต่ละอาการไม่เหมือนกัน และต้องหาใหม่ทุกครั้ง · นี่คืองานที่แทนด้วยสูตรสำเร็จไม่ได้ ต้องใช้ประสบการณ์คลินิก
บทเรียนข้อที่ ๒ — ต้นไม้รองรับ "สองภาวะซ้อนกัน" ได้ ถ้าทำให้มันเป็นใบของตัวเอง
คราวที่แล้วผมบอกว่าต้นไม้จัดการเคสซ้อนไม่เก่ง และเสนอให้ใช้กฎลำดับมาอุดเอา แต่พอทำเจ็บคอจริงก็เห็นว่ามีคู่ซ้อนที่พบบ่อยจนควรมีใบของตัวเอง — คือ แรงพร่อง + น้ำพร่อง (แผนจีนเรียก 氣陰兩虛) ซึ่งเจอมากในคนทำงานหนักยาวนาน ผู้สูงวัย และคนหลังป่วย
วิธีที่ผมใช้คือถามอีกหนึ่งข้อเฉพาะกิ่งนั้น แล้วแตกเป็นใบเดี่ยวกับใบซ้อน แทนที่จะบังคับให้เลือกข้างเดียว — บนวงล้อจึงเห็นหมุดสองจุดสว่างพร้อมกัน และประตูบำรุงสองบาน
หลักที่ได้: ไม่ต้องทำใบซ้อนให้ทุกคู่ที่เป็นไปได้ (จะระเบิด) แต่คู่ไหนที่พบบ่อยจริงและยาต่างจากใบเดี่ยว ให้มีใบของมัน
บทเรียนข้อที่ ๓ — ต้องมีที่ให้ "อาการที่แปรจากแบบหนึ่งไปอีกแบบ"
เจ็บคอเป็นอาการที่เริ่มจากเย็นแล้วแปรเป็นร้อนภายในสองสามวัน ได้บ่อยมาก (แผนจีนเรียก 表寒化熱) ถ้าไม่พูดถึงเลย คนจะคิดว่าตัวเองอ่านผิดตั้งแต่ต้น ทั้งที่จริงคือโรคมันเดินไปข้างหน้า
ผมจึงเขียนไว้ในช่อง "รู้ได้ยังไงว่าเดาผิด" ของใบเย็นกระทบตรง ๆ ว่า "การแปรจากเย็นเป็นร้อนใน ๒–๓ วันแรกเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าอ่านผิด" — ช่องนี้จึงไม่ได้ใช้แค่ดักความผิดพลาด แต่ใช้บอกการเดินทางของโรคด้วย

ฉบับเสียง

ผลต่อฐานข้อมูล — ตอนนี้ EP01 เจ็บคอ มี ๓ แบบ (เย็น-แฉะ · ร้อน · แห้ง) แต่ต้นไม้นี้ต้องใช้ ๗ ใบ จึงจะครอบคลุมสิ่งที่เจอจริง คือต้องเพิ่ม เย็นกระทบผิวปิด · เพลียแล้วเจ็บ · เสมหะเหนียวติดคอ · และใบซ้อน เข้าไปอีก ๔ แบบ — ยืนยันข้อสังเกตเดิมว่าต้นไม้เป็นเครื่องตรวจความครบถ้วนที่ฟ้องเอง